กพร.ออกจดหมายแจง ข่าวปลอม ลิเทียมไทยไม่ใช่อันดับ 3 ของโลก
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ออกประกาศผลการสำรวจแหล่งแร่ลิเทียมในประเทศไทย พบว่า มีการพบแหล่งลิเทียม 2 แหล่งในจังหวัดพังงา ได้แก่ แหล่งเรืองเกียรติ อำเภอตะกั่วทุ่ง มีปริมาณสำรองลิเทียมคาร์บอเนตเทียบเท่า (LCE) ประมาณ 164,500 ตัน แหล่งบางอีตุ้ม อำเภอตะกั่วทุ่ง อยู่ระหว่างการสำรวจขั้นรายละเอียด เพื่อประเมินปริมาณสำรอง ซึ่งการพบลิเทียมไทยในครั้งนี้ถือว่าเป็นข่าวดีไม่น้อยเลยทีเดียว แต่กลับมีข่าวออกมาว่าการค้นพบในประเทศไทยถือว่าเป็นแหล่งแร่ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก ทำให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และ การเหมืองแร่ต้องออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว

กรมอุตสาหกรรมชี้แจง ลิเทียมไทยไม่ใช่แหล่งที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของโลก 

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ได้ออกจดหมายชี้แจงข่าวที่เผยแพร่ว่ามีการพบแหล่งลิเทียมในประเทศไทย โดยระบุว่า
ตามที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้ออกประกาศผลการสำรวจแหล่งแร่ลิเทียมในประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 นั้น กรมฯ ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้อมูลปริมาณสำรองลิเทียมที่เผยแพร่ไปนั้น หมายถึงปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่ (Mineral Resource) เท่านั้น ซึ่งยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที จำเป็นต้องมีการสำรวจและประเมินปริมาณสำรองที่แท้จริง (Reserve) อีกครั้ง โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ความลึกของแหล่งแร่ ปริมาณลิเทียมที่พบ คุณภาพของลิเทียม เป็นต้น
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าแหล่งลิเทียมเรืองเกียรติ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มีปริมาณสำรองลิเทียมคาร์บอเนตเทียบเท่า (LCE) ประมาณ 164,500 ตัน โดยหากสามารถผลิตลิเทียมขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ร้อยละ 25 จะสามารถนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาด 50 kWh ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคัน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณสำรองลิเทียมที่แท้จริงอาจน้อยกว่าที่ประเมินไว้เบื้องต้น เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ข้างต้น ดังนั้น กรมฯ จึงขอเรียนว่า ข้อมูลปริมาณสำรองลิเทียมของไทยในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งลิเทียมอันดับ 3 ของโลกได้
การชี้แจงของกพร.ในครั้งนี้ เป็นการดับฝันของนักลงทุนและนักธุรกิจที่คาดหวังว่าประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจด้านลิเทียมในอนาคต เนื่องจากข้อมูลปริมาณสำรองลิเทียมไทยที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้นั้น อ้างอิงจากปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่ (Mineral Resource) ซึ่งยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที จำเป็นต้องมีการสำรวจและประเมินปริมาณสำรองที่แท้จริง (Reserve) อีกครั้ง

กพร.ออกจดหมายแจง ข่าวปลอม ลิเทียมไทยไม่ใช่อันดับ 3 ของโลก

ไขข้อสงสัย มีการพบแหล่งลิเทียมไทยจริงหรือไม่
มีการพบแหล่งลิเทียมไทยจริง ตามประกาศผลการสำรวจแหล่งแร่ลิเทียมในประเทศไทย ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 พบว่า มีการพบแหล่งลิเทียม 2 แหล่งในจังหวัดพังงา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลปริมาณสำรองลิเทียมที่เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้นั้น อ้างอิงจากปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่ (Mineral Resource) ซึ่งยังไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที จำเป็นต้องมีการสำรวจและประเมินปริมาณสำรองที่แท้จริง (Reserve) อีกครั้ง โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ความลึกของแหล่งแร่ ปริมาณลิเทียมที่พบ คุณภาพของลิเทียม เป็นต้น
ดังนั้น ข้อมูลปริมาณสำรองลิเทียมของไทยในปัจจุบัน ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันได้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งลิเทียมอันดับ 3 ของโลกได้ แต่การพบแหล่งลิเทียมในประเทศไทยก็นับเป็นข่าวดีสำหรับประเทศ เนื่องจากลิเทียมเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน นอกจากนี้ กพร.จะดำเนินการสำรวจและประเมินปริมาณสำรองลิเทียมของไทยอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อทราบปริมาณสำรองที่แท้จริง และวางแผนพัฒนาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่ลิเทียมอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

Published: By GR001