ทส. ดึงเอกชนร่วมแก้ PM 2.5 ลุย 3 มาตรการ ดึงดูดใจยกเว้นภาษี 200%

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 โดยเสนอมาตรการกระตุ้นใจหน่วยงานภาคเอกชนด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 200%

ทส. จูงใจเอกชนร่วมแก้ PM 2.5 ลุ้นยกเว้นภาษี 200%

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดตัว 3 มาตรการกระตุ้นภาคเอกชนร่วมแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 หวังดึงดูดเงินลงทุน ลดข้อจำกัดด้านงบประมาณภาครัฐ เสนอสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 200% โดย 3 มาตรการหลัก ประกอบด้วย

  • สนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ดับไฟป่า: ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ดับไฟป่า อุปกรณ์สนับสนุนการสร้างแนวกันไฟป่าเปียก ฝายชะลอความชุ่มชื้น อุปกรณ์สนับสนุนการฝึกอบรมความรู้ด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า ฯลฯ แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรชุมชน และประชาชนในพื้นที่
  • ลงทุนด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง: ภาคเอกชนสามารถลงทุนในโครงการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าอนุรักษ์ และป่าชุมชน แบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้
    • ลงทุนขั้นพื้นฐาน: ลงทุน 5 แสนบาทขึ้นไป
    • ลงทุนขั้นกลาง: ลงทุนไม่น้อยกว่า 2.5 ล้านบาท หรือรวมการลงทุนขั้นพื้นฐาน 3 ล้านบาทขึ้นไป
    • ลงทุนขั้นสูง: มูลค่าการลงทุน 5 ล้านบาทขึ้นไป
  • สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา: ภาคเอกชนสามารถสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เครื่องมือ อุปกรณ์ และวิธีการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง 
ทส. ดึงเอกชนร่วมแก้ PM 2.5 ลุย 3 มาตรการ ดึงดูดใจยกเว้นภาษี 200%

สิทธิประโยชน์สำหรับภาคเอกชน:

  • ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 200% ของค่าใช้จ่ายที่สนับสนุน/ลงทุน
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ

การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ดีอย่างไร

การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  • เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา: ภาครัฐมีบทบาทหลักในการออกกฎหมาย กำหนดนโยบาย และมาตรการต่างๆ ส่วนภาคเอกชนมีทรัพยากร เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ การผนึกกำลังจะช่วยให้การแก้ปัญหาฝุ่นละอองมีประสิทธิภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน
  • ระดมทุนและทรัพยากร: ภาครัฐมีงบประมาณจำกัด ในขณะที่ภาคเอกชนสามารถลงทุนในโครงการต่างๆ การร่วมลงทุนจะช่วยขยายขีดความสามารถในการแก้ปัญหา
  • กระตุ้นเศรษฐกิจ: การลงทุนของภาคเอกชนจะสร้างงานและรายได้ การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ใช้ในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองจะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับภาคเอกชนมากขึ้นกว่าเดิม 
  • ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว
  • สร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วม: ภาคเอกชนสามารถช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ช่วยกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และยังเป็นการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย 
  • พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม: ภาคเอกชนมีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ส่วนภาครัฐสนับสนุนเงินทุนและทรัพยากร 
  • การร่วมมือจะช่วยพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
Published: By GR001